กฎใหม่วงการฟุตบอลโลก สร้างสรรค์และสร้างความยุติธรรมมากขึ้น

นับย้อนกลับไปในอดีตขณะที่สุดยอดกีฬาอย่าง “ฟุตบอล” ได้ถือกำเนิดขึ้นในทวีปยุโรป และเริ่มแพร่หลายไปเรื่อยๆ จนทั่วโลกให้การยอมรับกีฬาแห่งความตื่นเต้นเร้าใจนี้ แน่นอนว่าเมื่อมีกีฬาก็ต้องมีกฏกติกาการเล่น ดังนั้นฟุตบอลจึงถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมๆกับกฎกติกาหลายข้อ แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไป ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไป ทำให้กฎกติกาเดิมๆใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป จึงเกิดการปรับปรุงและพัฒนากติกามาเรื่อยๆจนถึงปี 2018 ในปัจจุบัน โดยจะมีอยู่ 2 องค์กรที่ทำหน้าที่ในการดูแลกฎกติกาสำหรับวงการฟุตบอล นั่นก็คือ FIFA และสมาคมฟุตบอลนานาชาติ หรือ IFAB ส่วนในปี 2018 นี้จะมีอะไรใหม่ๆอัพเดตบ้าง ไปดูกันเลย

เทคโนโลยีช่วยได้

ยุคนี้เป็นยุคทองของเทคโนโลยีอย่างแท้จริง ดังนั้นทาง FIFA และสมาคมฟุตบอลนานาชาติ จึงมีการตกลงกันว่าจะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยนี้มาใช้ในสนาม นั่นก็คือ Video Assistant Referee หรือ VAR เป็นวิดีโอย้อนหลังที่สามารถดูว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง ช่วยให้เกิดความยุติธรรมในเกมมากยิ่งขึ้น ดังที่ได้เห็นกันแล้วในฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา

เคารพกฎมากขึ้น

หลายปีที่ผ่านมาแฟนบอลมักจะเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักเตะและโค้ชหลายคน ทำให้มีความจำเป็นต้องออกกฎกติกาใหม่ คือ ต้องสื่อสารกับผู้ตัดสินเป็นหลัก โดยจะมีนักเตะเพียงคนเดียวที่เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ตัดสิน และถ้าหากเกิดเหตุการณ์ขัดแย้ง นักเตะและโค้ชจะต้องช่วยผู้ตัดสินในการระงับเหตุการณ์ความขัดแย้ง

เพิ่มช่วงทดเวลา

ทางสมาคมเล็งเห็นความสำคัญของช่วงทดเวลา เพราะบางครั้งช่วงทดเวลาไม่ตรงกับเวลาที่เสียไปจริงๆ ดังนั้นจึงมีการปรับขึ้นใหม่ ดังนี้

ฟรีคิก เริ่มหยุดตั้งแต่ตอนที่ผู้ตัดสินวัดระยะ 9.15 เมตร (หรือตอนที่ใช้สเปรย์ฉีดตำแหน่งวางลูกบอล) จนกระทั่งให้สัญญาณเตะฟรีคิก

อาการบาดเจ็บ   เริ่มหยุดตั้งแต่ผู้ตัดสินถามนักเตะว่าต้องการรักษาหรือไม่จนถึงตอนกลับมาเล่นใหม่

ใบเหลืองใบแดง  เริ่มหยุดตั้งแต่ตอนแจกใบเหลืองใบแดง จนถึงตอนกลับมาเล่นใหม่อีกครั้ง

ลูกจุดโทษ  เริ่มหยุดตั้งแต่ตอนให้จุดโทษจนถึงตอนเตะจุดโทษ

การทำประตู  เริ่มหยุดตั้งแต่ตอนยิงเข้าจนถึงตอนเขี่ยบอล

เปลี่ยนตัว  เริ่มหยุดตั้งแต่ผู้ตัดสินให้สัญญาณเปลี่ยนตัว จนถึงตอนกลับมาเริ่มเล่นใหม่อีกครั้ง

กฎกติกาใหม่เหล่านี้สามารถสร้างความยุติธรรมได้มากทีเดียว ป้องกันการถ่วงเวลาของทีมที่ได้เปรียบ เพิ่มมุมมองการตัดสินให้กับผู้ตัดสินในสนาม และใช้เวลาได้ใกล้เคียง 90 นาทีมากที่สุด เพิ่มความสนุกสนานเร้าใจให้กับแฟนบอลทั่วสนาม ส่วนในปีหน้าหรืออนาคตจะมีการพัฒนาหรือเพิ่มกฎกติกาอย่างไรบ้าง คงต้องรอดูกันต่อไป

เครดิตข้อมูล : https://www.sanook.com/sport/643409/