ประวัติของกีฬาเซปักตะกร้อ ต่างประเทศและประเทศไทย

เซปักตะกร้อนั้นถือว่ามีประวัติการเล่นกันมาตั้งแต่โบราณซึ่ง บางทีอาจจะมีประวัติความเป็นมานั้นไม่เหมือนกัน ซึ่งถือว่าประวัติความเป็นมาของ การเล่นเซปักตะกร้อนั้นน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว วันนี้เราจึงมีข้อมูลดีๆมาฝากเกี่ยวกับประวัติของการเล่นกีฬาเซปักตะกร้อที่ต่างประเทศและประเทศไทยมาปดูกันเลยว่าเป็นอย่างไร

  1. สำหรับ ประวัติความเป็นมาของการเล่นเซปักตะกร้อที่ต่างประเทศนั้น ยังมีหลักฐานไม่ชัดเจนหรือไม่แน่นอนว่าที่จริงแล้วเซปักตะกร้อนั้นเกิดจากที่ประเทศอะไรแต่ก็มีหลายๆคนสันนิษฐานได้ด้วยเหตุผลดังนี้ประเทศแรกคือพม่า มีผู้สันนิษฐานว่าเมื่อประมาณพุทธศักราช 2310 พม่านั้นได้ตั้งค่าอยู่ที่ โพธิ์สามต้นซึ่งก็ได้มีการละเล่นเข้ามาอย่างหนึ่ง ก็คือตะกร้อนั่นเองแต่ทางพม่าจะเรียกการเล่นตะกร้อว่าชิงลง ก็มาคือประเทศมาเลเซีย ประเทศมาเลเซียนั้นได้ประกาศว่า เซปักตะกร้อ เป็นกีฬาของประเทศ มลายูซึ่งแต่เดิมนั้นจะเรียกว่าซีปักรากาซึ่งรากานั้นหมายถึงตะกร้อ ต่อมาคือประเทศฟิลิปปินส์ฟิลิปปินส์นั้นก็บอกว่าประเทศตนนิยมเล่นกันมานานแล้วเรียกกันว่า Sipek ต่อมาคือประเทศจีนประเทศจีนบอกว่ากีฬาเซปักตะกร้อนั้นเป็นกีฬาการเตะตะกร้อชนิดหนึ่งที่ทำด้วยลูกขนไก่คือลูกหนังปักหมุดไก่ซึ่งจะศึกษาจากภาพเขียนและพงศาวดารของจีน จะได้บอกว่าชาวจีนกวางตุ้งใต้ไปตั้งรกรากในที่อเมริกาและได้นำการเล่นตะกร้อปากลูกขนไก่ที่กล่าวมานี้นำไปเผยแพร่และเรียกว่าเตกโกซึ่งหมายถึงการเตะลูกขนไก่นั่นเอง ประมาณเป็นประเทศเกาหลีประเทศเกาหลีก็มีลักษณะคล้ายๆกับของจีน ซึ่งลักษณะลูกตะกร้อนั้นก็จะ ใช้ดินเหนียวทำและห่อด้วยผ้าสำลีจากนั้นนำเอาหางไก่ฟ้ามาปักไว้ใช้เตะ
  2. สำหรับประวัติความเป็นมาของตะกร้อที่มีในประเทศไทย เริ่มจากในสมัยโบราณนั้นในประเทศไทยของเราจะมีกฎหมายที่ทำโทษผู้กระทำความผิดโดยการ นำนักโทษที่ทำผิดทั้งหลายลงไปในสิ่งกลมๆที่สานด้วยไหวจากนั้นก็ให้ช้างเตะ ซึ่งจากที่กล่าวมาสิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนประวัติความเป็นมาของตะกร้อในไทยได้เป็นอย่างดีคือในพระราชนิพนธ์ของอิเหนาในสมัยรัชกาลที่ 2 ในบางตอนนั้นจะมีการกล่าวถึงการเล่นตะกร้ออยู่ ที่ระเบียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และเรื่องรามเกียรติ์ก็มีภาพการเล่นตะกร้อแสดงไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้เห็นซึ่งภูมิศาสตร์ของไทยก็ยังส่งเสริมสนับสนุนให้เราได้ทราบว่าประวัติของตะกร้อนั้นคือประเทศ ของไทยเราที่มีไม้ไผ่เต็มไปหมดคนไทยจึงนิยมนำหวายมาสานเป็นสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆนานๆและรวมถึงมาทำเป็น การละเล่นพื้นบ้านด้วย และประเทศไทยนั้นยังเป็นประเทศที่มีความหลากหลายในการเล่นตะกร้อเช่นการเล่นตะกร้อลอดห่วงการเล่นตะกร้อวงหรือตะกร้อชิงธง โดยที่ต่างประเทศนั้นจะไม่มีการเล่นหลากหลายแบบวิธีเหมือนกับประเทศไทยของเรา

อย่างไรก็ตามปัจจุบันการเล่นตะกร้อก็วิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องมาตามลำดับไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบในการทำหรือด้านรูปร่างหรือรูปแบบในการทำซึ่งสมัยแรกๆนั้นจะเป็นผ้าหรือไหวหรือหนังสัตว์จนมาถึงประเภทสังเคราะห์หรือทำด้วยพลาสติกนั่นเอง